AHF TaLks : คุณกับเรา...เท่ากัน

AHF TaLks : คุณกับเรา...เท่ากัน

ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีพยาบาลคนหนึ่งที่ทำงานอยู่แนวหน้าในการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์มาเป็นเวลาหลายสิบปี เธอไม่ได้ดูแลแค่ร่างกายของผู้ป่วย...แต่ยังดูแล หัวใจ ของพวกเขาด้วย เธอชื่อ สุภาภรณ์ อยู่เจริญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าคลินิกเอชไอวี) โรงพยาบาลชัยภูมิ



จังหวัดชัยภูมิหรือที่หลายคนเรียกกันว่า เมืองผู้กล้า พญาแล มีประชากรประมาณ 1.1 ล้านคน (ปีพ.ศ. 2567) โดยภาพรวมเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการเกษตร เช่น มันสำปะหลัง ข้าว และไข่เป็ด แต่โอกาสทางเศรษฐกิจในท้องที่ชนบทยังค่อนข้างจำกัด หลายครอบครัวต่างพึ่งพาการเกษตรหรือแรงงานรายวัน ทำให้สูญเสียรายได้ไปบางช่วง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาในผู้ป่วยหลายราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้รับบริการด้านเอชไอวี

สถานการณ์เอชไอวี/เอดส์ในจังหวัดชัยภูมิ

ปัจจุบันประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 13,357 ราย โดยมีผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีสะสม 547,556 ราย สำหรับภาพรวมสถานการณ์เอชไอวีภาคอีสานในปี พ.ศ. 2567 นั้น พบผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี 123,388 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากเอชไอวี/เอดส์ 6,795 ราย ส่วนจังหวัดชัยภูมิพบอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี (มีชีวิต) 5,690 ราย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 313 ราย เมื่อพิจารณาจากข้อมูลดังกล่าว โรงพยาบาลชัยภูมิจึงให้ความสำคัญกับงานด้านเอชไอวี/เอดส์ไม่แพ้งานด้านอื่น ๆ และเป็นโอกาสดีที่ AHF ประเทศไทย ได้เข้ามาดำเนินโครงการร่วมกันเพื่อส่งเสริมคุณภาพของระบบการให้บริการ และเติมเต็มในส่วนที่ยังขาดแคลน พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี ซึ่ง “พี่นาง” สุภาภรณ์ ได้เล่าถึงสถานการณ์ก่อนที่ AHF จะเข้ามาสนับสนุนให้เราฟัง

“ย้อนกลับไปก่อนที่โรงพยาบาลชัยภูมิจะได้เริ่มต้นโครงการร่วมกับ AHF ประเทศไทย คือ เราเข้าถึงกลุ่มผู้รับบริการได้ยากลำบากมาก มีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่มาถึงมือแพทย์ช้าเกินไป บางรายมีอาการหนักเกินเยียวยา หลายคนขาดนัดขาดการรักษาเพราะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทำให้ไม่สามารถเดินทางมารับยาได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและนำไปสู่อัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น”

แต่เกือบ 5 ปีที่แล้ว ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป

AHF ประเทศไทย ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอดำเนินโครงการเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมเอชไอวีคลินิก ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่าง ค่าเดินทาง” เพื่อมาพบแพทย์และรับยาตามนัด ค่าจ้างผู้จัดการเคสสำหรับติดตามคนไข้ไม่ให้หายจากระบบรักษา ซึ่งการสนับสนุนทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมการดำเนินงานของคลินิกมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มีการเข้าถึงคนไข้ได้มากขึ้น หลายคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อัตราการ Loss To Follow Up ก็ลดลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญอัตราการเสียชีวิตของโรงพยาบาลเราก็ลดลง เกิดความต่อเนื่องในกระบวนการรักษา สามารถดูแลคนไข้ให้อยู่กับเรามากขึ้น ปัจจุบันโรงพยาบาลชัยภูมิได้ดำเนินโครงการร่วมกับ AHF ประเทศไทยมาเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว ซึ่งการสนับสนุนของ AHF ประเทศไทย เป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาลและผู้รับบริการมากจริง ๆ”


สิ่งที่พี่นางเล่าให้เราฟังนั้นช่างมีคุณค่าเหลือเกิน การที่ได้รับรู้ว่าหลายคนได้เข้าถึงการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มันเป็นเหมือนกับคำขอบคุณที่ช่วยเติมพลังให้ AHF ได้ยืนหยัดและเคียงข้างพี่ ๆ พยาบาล เพื่อคอยสนับสนุนการทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต


โครงการสร้างอาชีพ


โครงการยังได้สนับสนุนการทำกิจกรรมกลุ่ม คือ กิจกรรมให้ความรู้กับผู้รับบริการรายใหม่ รวมทั้ง สิ่งของจำเป็นในการอุปโภคบริโภค ไปจนถึงการสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิต นอกจากนี้ AHF ยังมีการส่งเสริมอาชีพจากโครงการอาหารเพื่อสุขภาพ (Food For Health) เช่น การเลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งไข่เหล่านั้นถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกใช้บริโภคในครัวเรือน ส่วนที่สองนำไปแจกจ่ายให้เพื่อนผู้ป่วยรายอื่น ๆ ในโรงพยาบาลชัยภูมิ และส่วนสุดท้ายนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้กลับคืนให้ครอบครัว ถือเป็นการช่วยเหลือที่ได้ประโยชน์มาก”


พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนไข้

นอกจากเรื่องปากท้อง อีกหนึ่งปัญหาหนึ่ง คือ พื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย ระหว่างพยาบาลให้คำปรึกษาและผู้รับบริการที่ควรเป็นสถานที่ที่มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย เพราะทุกอย่างที่สนทนากันจะถูกปิดเป็นความลับ ซึ่งก่อนนี้ในคลินิกจะเป็นห้องโล่ง ๆ มองเห็นกันได้หมด มีห้องเล็ก ๆ ที่กั้นไว้สำหรับให้คำปรึกษาแต่ก็ไม่สามารถเก็บเสียงได้ ซึ่งทำให้ผู้รับบริการเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจที่จะพูดความจริงอะไรออกไป

“ก่อนหน้านี้คลินิกไม่มีห้องให้คำปรึกษาที่เป็นส่วนตัว ทำให้คนไข้รู้สึกไม่กล้าเปิดใจ บางคนไม่ยอมเล่าความลับในใจเพราะกลัวจะมีใครได้ยิน แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนสร้างห้องให้คำปรึกษาที่เป็นส่วนตัวจาก AHF ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เชื่อใจเรา และกล้าเข้ามาขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากเรามากขึ้น”

คุณค่าและความภาคภูมิใจในงานพยาบาล

ก่อนจะจบการสนทนาเราถามพี่นางว่า “สิ่งที่ทำให้พี่นางยังคงทำงานอยู่ตรงนี้ และทำมาตลอดตั้งแต่เริ่มงานพยาบาลจนถึงทุกวันนี้ คือ อะไร”

“พี่รู้สึกเห็นคุณค่าในงานที่ทำ ตั้งแต่เริ่มทำงานที่โรงพยาบาลชุมชนจนมาอยู่ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ ทำแล้วมีความสุข อยากเห็นผู้อยู่ร่วมกับเชื้อมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการดูแลรักษาเอชไอวี/เอดส์ ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่งแต่มีผลกระทบต่อผู้ป่วยและครอบครัวในทุกด้านโดยเฉพาะด้านจิตใจ จึงมีความตั้งใจทำงานเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา มีความเข้าใจโรค มีความหวัง มีกำลังใจ เกิดการยอมรับและปรับตัวได้ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจแก่คนทำงาน ที่ได้มีส่วนช่วยให้ชีวิตของคนคนหนึ่งซึ่งอาจรวมถึงอีกหลายชีวิตในครอบครัวของเขาได้ผ่านพ้นจุดวิกฤตของชีวิต ในมุมกลับกัน ขณะที่เราให้บริการด้วยหัวใจ เคารพคุณค่าและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของทุกคน เราเยียวยาเขาให้ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เขาได้ตอบแทนเราด้วยความรู้สึกขอบคุณ มองเราเป็นผู้มีพระคุณและชื่นชมเรา ในฐานะผู้ให้บริการ รู้สึกภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในงานพยาบาลที่เราได้ทำ เป็นสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ”

คำตอบของพี่นางทำให้เราได้รับรู้อย่างลึกซึ้งว่า งานที่ทำเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากนั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน มันช่วยเติมเต็มและหล่อเลี้ยงหัวใจของคนทำงาน ให้มีแรงและมีกำลังใจที่จะทำงานตรงนี้ต่อไปได้อย่างไม่มีวันหมด

เนื่องจาก วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี (Voluntary Counseling and Testing Day) AHF TaLKs จึงขอให้พี่นางพูดถึงความสำคัญและเชิญชวนประชาชนชาวชัยภูมิที่รู้ว่าตนมีความเสี่ยง มาเข้ารับการตรวจเอชไอวี ซึ่งการสร้างความตระหนักในการตรวจเอชไอวีนั้นไม่ควรเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมเพียงวันเดียว แต่ควรสร้างค่านิยมใหม่ในสังคมไทยว่า การตรวจเอชไอวีก็เหมือนกับการตรวจสุขภาพทั่วไป และตรวจได้เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงติดเชื้อ





เอชไอวีรักษาได้ ป้องกันได้ และที่สำคัญ...เราอยู่ร่วมกันได้ค่ะ อยากให้ทุกคนกล้าที่จะเข้ามาตรวจเลือด เพื่อที่เราจะได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และถ้าพบเชื้อ...ก็จะได้เข้าสู่การรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะคุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นจากการกล้าที่จะดูแลตัวเองค่ะ

                               

เพราะฉะนั้นอยากจะบอกว่า “เราเท่ากัน” เราสามารถอยู่ร่วมกันได้  “คุณกับเราเท่ากันค่ะ”

 

ไม่ว่าคุณจะติดเชื้อหรือไม่เราทุกคนพึงมีสิทธิ์ในชีวิตที่ดี มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และเคารพในความเท่าเทียมซึ่งกันและกัน

 

วันนี้ โรงพยาบาลชัยภูมิยังคงเดินหน้าให้บริการผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีอย่างเข้มแข็ง AHF ประเทศไทยขอชื่นชมทีมจากโรงพยาบาลชัยภูมิที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาระบบให้บริการ และลดช่องว่างในการเข้าถึงการรักษาให้มากที่สุด

 

จริง ๆ แล้ว AHF ประเทศไทย อาจไม่ได้สนับสนุนแค่เรื่องค่าเดินทางหรือค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ

แต่กำลังสนับสนุน ชีวิตและ โอกาสใหม่ ที่จับต้องได้จริง ๆ


..................................................................................................................................................................................